มะกรูด is very good

มะกรูดเป็นพืชที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในงานครัว ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย ซึ่งมะกรูดนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนของต้นเลยทีเดียว หลายท่านอาจปลูกมะกรูดไว้ในบ้านเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของมะกรูดได้โดยสะดวก 

อร่อยทั้งคาวหวานอยู่คู่งานครัว

ในงานครัวไทย มักใช้ส่วนใบ ผิว และน้ำของมะกรูดมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการซอยใบมะกรูดเป็นเส้นละเอียด โรยหน้าบนแกงเผ็ด ฉู่ฉี่ ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ใช้ใบทั้งใบผัดกับเนื้อปู เนื้อหมู เนื้อไก่ ยิ่งใส่ลงไปผัดกับผัดกระเพราจะช่วยเสริมให้ผัดกระเพราจานนั้นมีรสชาติหอมเป็นเอกลักษณ์กว่าเดิม นอกจากนี้ยังใช้ทำเป็นอาหารหวานอย่างมะกรูดเชื่อม และมะกรูดลอยแก้วได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่น้ำมะกรูด ไม่ได้รับความนิยมในงานครัวเท่ากับน้ำมะนาว แต่แท้จริงแล้วน้ำมะกรูดสามารถใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทนน้ำมะนาวได้

 เพียงแต่จะมีกลิ่นที่แตกต่างจากกลิ่นของมะนาว ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้หลายๆ ท่านประหยัดเงินในกระเป๋าได้ในช่วงที่มะนาวราคาแสนแพง นอกจากงานครัวไทยแล้วมะกรูดยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะนอกจากจะช่วยทำให้เกิดความอยากอาหาร ยังสามารถใช้เป็นสารกันเสียในผลิตภัณฑ์อาหารได้เช่นกัน

สวยหัวจรดเท้า

ข่าวดีสำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม มะกรูดสามารถใช้ประโยชน์ในด้านความงามได้อีกด้วย ยาสระผมมะกรูดคงเป็นที่คุ้นตาของหลายท่านอยู่ไม่น้อย เพราะมะกรูดมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงหนังศีรษะ กระตุ้นการงอกของรากผม ช่วยขจัดรังแคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อจุลินทรีย์ แก้คันหนังศีรษะ และช่วยหล่อลื่นผมทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม รากผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย เป็นที่นิยมของผู้ที่มักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ บางท่านอาจใช้วิธีดั้งเดิมด้วยการผ่ามะกรูดเป็น 2 ชิ้น หลังสระผมเสร็จแล้ว ใช้มะกรูดมาสระซ้ำโดยยีลงบนผม ความเป็นกรดจะช่วยทำให้ผมสะอาด แล้วล้างเอาสมุนไพรออกให้หมด

นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากการกลั่นผิวมะกรูด ยังสามารถใช้ดูแลผิวพรรณให้สดใสได้ แต่มีข้อควรระวัง หากใช้น้ำมันหอมระเหยจากผิวมะกรูดที่ได้จากการคั้นโดยตรงบนผิว จะมีสารคูมารินที่ทำให้มีอาการแพ้ได้เมื่อสัมผัสกับแสงแดด บางรายอาจมีการเกิดสารสีเกินที่ผิวหนัง บริเวณใบหน้าและลำคอ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีกลั่น จะปลอดภัยกว่าการคั้นน้ำมันหอมระเหยของผิวมะกรูดมาทาที่ผิวหนังของเราโดยตรง

ไม่เพียงแต่ดูแลเรื่องผมและผิว มะกรูดยังกำจัดกลิ่นเท้าได้อย่างอยู่หมัด ด้วยสูตรมะกรูด ขิง ข่า เกลือ อย่างละเท่า ๆ กัน นำมาต้มน้ำ แล้วรอให้อุ่นสักนิด ใช้แช่เท้า ประมาณ 15 นาที ก็จะช่วยลดกลิ่นอับพร้อมกับคลายความปวดเมื่อยได้อีกด้วย

สมุนไพรไทยชั้นดี

สรรพคุณทางยาของมะกรูดเองก็ไม่แพ้สมุนไพรไทยอื่นๆ ผิวของมะกรูดช่วยแก้ลมหน้ามืด แก้วิงเวียน บำรุงหัวใจ ขับลมลำไส้ ขับระดู ส่วนผลก็มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว ฟอกโลหิต ใบช่วยแก้ช้ำใน และรากช่วยแก้พิษฝีภายใน มีวิธีใช้ผิวมะกรูดเป็นยาได้ด้วยการฝานผิวเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ช้อนเติมการะบูนหรือพิมเสน 1 หยิบมือ แล้วชงด้วยน้ำเดือดแช่ทิ้งไว้ ดื่มน้ำนั้นประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อแก้เสมหะแก้แน่นและขับลมในลำไส้ได้ หากยังไม่ทุเลาสามารถกินติดต่อกันได้ 2-3 วัน

ปลูกง่ายตายยาก

คุณประโยชน์มากมายขนาดนี้ หลายท่านคงสนใจที่จะปลูกมะกรูดกันบ้างแล้ว มีคติความเชื่อที่ว่ามะกรูดเป็นไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ในบริเวณบ้าน โดยปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหรือทิศพายัพ จะช่วยส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ในบทความนี้จะมีวิธีปลูกและดูแลต้นมะกรูดในบ้าน ให้ท่านลองนำไปใช้กัน

สามารถใช้วิธีเพาะเมล็ด โดยไม่ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ให้เปลืองอีกด้วยเพียงแค่นำผลมะกรูดแก่จัด
หรือที่ร่วงหล่นมาฝานและคว้านเมล็ดที่สมบูรณ์มาเก็บไว้ ผึ่งแดดประมาณ 2 – 4 วัน เตรียมดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกเพื่อเพาะเมล็ด พรมน้ำบนดินที่ใส่เมล็ดลงไป แล้วนำไปวางในที่แสงแดดสามารถส่องถึงเพื่อให้ได้รับแสงแดดเพียงพอ เมื่อได้ต้นกล้าที่แข็งแรงแล้วดูแลต่ออีกสักพัก ก็สามารถใช้ประโยชน์จากต้นมะกรูดได้

มะกรูดเป็นพืชที่ชอบแดดควรได้รับแสงแดดวันละ  8 ชั่วโมง ให้เลือกส่วนของบริเวณบ้านที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดวันจะดีมาก การรดน้ำสามารถลดวันละครั้ง พอให้ดินชุ่มโดยระวังไม่ให้แฉะจนเกินไปเพื่อป้องกันปัญหารากเน่า มีทั้งสรรพคุณที่หลากหลาย และการดูแลที่ง่ายดาย ทำให้การปลูกต้นมะกรูดเป็นการลงทุนที่เสียน้อย แต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากอยากไม่ต้องลังเล

Leave a Comment